
โครงการประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตร มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนเครดิตจากความไม่ถาวรของโครงการ เช่น การบริหารโครงการ การเปลี่ยนผู้ถือครองที่ดิน การเกิดไฟไหม้ป่า แมลง อุบัติภัยต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งโครงการประเภทการดักจับ กักเก็บ และ/หรือ การใช้ประโยชน์จากก๊าซเรือนกระจก โดยผู้พัฒนาโครงการต้องจัดทำรายงานการติดตามประเมินผลความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนจากความไม่ถาวรของโครงการ (Non-permanence Risk Assessment/Monitoring report) และหักเครติดสำรองตามหลักเกณฑ์ที่ อบก. กำหนด
โครงการ Premium T-VER กำหนดให้ผู้พัฒนาโครงการจัดทำ รายงานการประเมินความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนจากความไม่ถาวรของโครงการ (Non-permanence Assessment Report) เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนโครงการ นอกจากนี้ผู้พัฒนาโครงการยังต้องจัดทำรายงานการติดตามประเมินผลความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนจากความไม่ถาวรของโครงการ (Non-permanence Monitoring Report) เพื่อประกอบการยื่นขอรับรองคาร์บอนเครดิต โดยรายงานดังกล่าวจะต้องแสดงผลการประเมินหรือผลการติดตามความเสี่ยงจากความไม่ถาวรของโครงการตามแนวทางที่ อบก. กำหนด และจะต้องได้รับการตรวจสอบความใช้ได้ (Validation) หรือการทวนสอบ (Verification) โดย ผู้ประเมินภายนอกฯ ผู้พัฒนาโครงการต้องยื่นขอการรับรองคาร์บอนเครดิตครั้งแรกภายใน 5 ปีนับตั้งแต่วันเริ่มดำเนินโครงการ และครั้งถัดไปให้ยื่นภายใน 5 ปีนับจากการยื่นขอการรับรองคาร์บอนเครดิตครั้งก่อน กรณีที่โครงการมีอายุน้อยกว่า 45 ปี และโครงการหมดอายุลง ผู้พัฒนาโครงการมีหน้าที่ต้องนำส่งรายงานการติดตามประเมินผลความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนจากความไม่ถาวรของโครงการ ที่ผ่านการทวนสอบโดยผู้ประเมินภายนอกฯ มายัง อบก. ทุกๆ 5 ปี จนครบกำหนด 45 ปีนับจากวันที่เริ่มดำเนินโครงการ
นอกจากนี้ อบก. จะทำการหักเครดิดสำรองจากคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองของประดภทโครงการข้างต้นไปเก็บไว้ในบัญชีเครดิตสำรองในระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิตของ อบก. ตามหลักเกณฑ์ที่ อบก. กำหนด โดย อบก. จะมีหน้าที่จัดการบัญชีเครดิตสำรองเพื่อใช้ในการชดเชยต่อการสูญเสียคาร์บอนของผู้พัฒนาโครงการ ให้เหตุการณ์ดังต่อไปนี้
(1) เหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงได้ ได้แก่ เหตุอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้พัฒนาโครงการหรือบุคคลอื่น และมีผลกระทบให้ปริมาณการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของโครงการ Premium T-VER ติดลบเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีฐานหรือการรับรองคาร์บอนเครดิตครั้งก่อนหน้า
(2) เหตุการณ์ที่หลีเลี่ยงไม่ได้ ได้แก่ เหตุอันเกิดจากเหตุสุดวิสัย และมีผลกระทบต่อปริมาณการลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของโครงการ Premium T-VER ติดลบเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีฐานหรือการรับรองคาร์บอนเครดิตครั้งก่อนหน้า
การชดเชยปริมาณคาร์บอนเครดิตที่สูญเสียให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน ประกาศ อบก. เรื่อง การจัดการเครดิตสำรอง และการชดเชยปริมาณคาร์บอนเครดิตที่สูญเสียจากโครงการป่าไม้และเกษตรของโครงการ Premium T-VER พ.ศ. 2568
0_ประกาศคณะกรรมการ_อบก._เรื่อง_การจัดการเครดิตสำรอง_พ.ศ._2568.pdf

TH
En 